รถบ้าน…ชื่อนี้สำคัญไฉน
รถมือสอง สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทหลัก คือ รถบ้าน-เจ้าของขายเอง และรถเต็นท์-ซื้อขายเป็นธุรกิจ อาจเป็นเพราะเต็นท์รถมือสองหลายแห่งย้อมแมวหลอกขายรถสภาพไม่ดี จึงทำให้เกิดความเชื่อว่ารถเต็นท์ต้องเน่าไปทั้งหมด และกลายเป็นการส่งเสริมรถบ้านให้ดูน่าไว้วางใจมากกว่า
เป็นรถมือสองที่ขายโดยผู้ค้า ทำธุรกิจที่ชัดเจน ส่วนใหญ่มีสถานที่เป็นหลักแหล่ง มักอยู่ริมถนนมีเต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่กางอยู่ให้รถจอด จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก “รถเต็นท์” หรือเต็นท์รถมือสอง ทั้งที่ปัจจุบันนี้ บางแห่งอาจไม่ได้เป็นเต็นท์ผ้าใบ แต่เป็นห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์ก็ยังใช้คำว่าเต็นท์เหมือน ๆ กัน และเป็นที่เข้าใจกันทั่วไป เต็นท์มีการรับซื้อรถเข้ามา และขายออกไป ส่วนใหญ่มีการบริการหรือดำเนินเรื่องในการซื้อเงินผ่อน มีทั้งใช้เงินส่วนตัวปล่อยเงินกู้ หรืออำนวยความสะดวกโดยติดต่อสถาบันการเงินให้ จ่ายเงินดาวน์ เซ็นเอกสาร แล้วขับออกมาได้เลย ไม่ต้องรอการดำเนินเรื่องให้เสร็จทุกขั้นตอน นับเป็นความสะดวกสำหรับคนที่จะซื้อรถมือสองด้วยเงินผ่อน
หมายถึงรถที่เจ้าของขายเอง จอดรถไว้ให้ดูที่บ้านหรือนัดแนะกันดูสภาพรถที่ไหนก็ตาม ถึงจะไม่ใช่นัดพบกันที่บ้าน ก็ยังเรียกว่าเป็นรถบ้าน ซึ่งเหมารวมถึงรถที่เจ้าของขายเอง คนส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อรถบ้าน ไม่ค่อยมีอคติ ทั้งด้านราคา และสภาพ คิดว่าจะมีราคาไม่แพง เพราะไม่ผ่านนายหน้า ทั้งที่เข้าของรถอาจเขี้ยวลากดินตั้งราคาตามหน้าเต็นท์เลยก็เป็นได้ (แต่ราคาเต็นท์ยังลดได้อีกพอควร) หรือต้องมีสภาพดี ทั้งที่บางคันเจ้าของถลุงจนโทรมแล้วเต็นท์ไม่อยากรับซื้อ จึงต้องมาประกาศขายเองก็เป็นได้
ภาพพจน์ทั้งตัวรถมือสอง และอาชีพนี้ ไม่ดีในสายตาจองคนทั่วไป ทั้งที่ก็เป็นการประกอบธุรกิจที่มีตัวตน มีการซื้อสินค้าเข้ามาขายออกไปได้กำไรในส่วนต่าง ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดอคติกับรถเต็นท์ และอาชีพนี้ เป็นเพราะสินค้าอันหมายถึงตัวรถ มีชิ้นส่วน และรายละเอียดมากมาย หากผู้ขายจะหลอกลวงก็สามารถตบตาหรือย้อมแมวได้สารพัดสารพัน อีกทั้งคนส่วนใหญ่ก็ดูสภาพไม่เก่ง
รถมือสองจะมีสภาพเช่นไร ไม่ว่าจะขายจากแหล่งใด ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของเดิมดูแลมาดีเพียงใด และก่อนขายมีการปรับสภาพดีหรือไม่ ไม่ได้มีอะไรรับประกันเลยว่า รถบ้านต้องมีสภาพดีทุกคัน เพราะสาเหตุที่เจ้าของต้องมาขายเอง อาจเป็นเพราะรถมีสภาพไม่ดีแล้วเต็นท์กดราคามาก ในขณะที่เจ้าของอยากได้เงินมากเกินสภาพจริง หรือเจ้าของเขี้ยวลากดิน คิดว่าจะขายได้ราคาพอ ๆ กับที่รถรุ่นเดียวกันปีเดียวกันกับที่เต็นท์ประกาศขาย (โดยลืมไปว่าราคาของเต็นท์สามารถต่อรองลงได้อีกไม่น้อย) ดังนั้น จึงไม่มีอะไรยืนยันได้ว่า รถบ้านซื้อจากเจ้าของเดิมโดยตรงจะต้องมีสภาพดี หรือมีราคาถูกเสมอ จริงอยู่อาจมีราคาถูกกว่าซื้อจากเต็นท์บ้าง ถ้าเจ้าของไม่โหด แต่ในด้านสภาพ ก็ต้องดูให้ละเอียดว่ากันตามจริง เพราะเมื่อจ่ายเงินซื้อแล้ว หาไม่พอใจ ก็ยากที่ใครจะติดต่อกลับไปด่าเจ้าของเดิม ในขณะที่ถ้าซื้อจากเต็นท์ ก็ยังเอาไปบอกต่อหรือต่อว่าต่อขานกันได้
เมื่อคนส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อรถบ้าน และชะล่าใจเมื่อไปดูสภาพรถบ้านจากเจ้าของเดิมโดยตรง ผู้ค้าหรือเต็นท์รถมือสองก็เลยต้องสวมรอยเป็นรถบ้าน โดยเอารถไปจอดตามบ้านเช่าหรือบ้านคนรู้จักแล้วประกาศขายตามสื่อต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ มีการสวมรอบลักษณะนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจะขายได้ง่าย และถูกจับผิดน้อยกว่าการจอดขายตามเต็นท์ เป็นการใช้ความเชื่อที่ผิด ๆ ของผู้ซื้อมาเป็นประโยชน์ในการขายนั่นเอง
น่าแปลกว่า แทนที่จะจับผิดและตรวจสภาพรถอย่างละเอียด กลับไปสนใจจับผิดว่ารถคันนั้นเป็นรถบ้านแท้ ๆ เจ้าของขายเองหรือไม่ หรือสวมรอยมา หรือบางคนพอจับได้ว่าไม่ใช่รถบ้านแท้ แทนที่จะดูต่อกลับเลิกดูเลยก็มี หรือบางคนแค่โทรศัพท์คุยกันก็พอเดาว่าไม่ใช่รถบ้านแท้ ก็เลิกสนใจไปเลย ทั้งที่รถเต็นท์สวมรอยคันนั้นอาจมีสภาพดีก็เป็นได้
เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารปัจจุบันต่ำมาก จึงทำให้หลายคนสนใจนำออกมาประกอบธุรกิจขนาดย่อม เช่น การหาซื้อรถมือสองทั้งจากคนรู้จักหรือบุคคลทั่วไป นำมาปรับสภาพตามสมควร ใช้เองบ้าง แล้วประกาศขายเป็นรถบ้าน ไม่ต้องเปิดเต็นท์ รถคันละ 3-4 แสนบาท ซื้อมาไม่เกิน 1-2 เดือน ขายได้กำไรคันละ 1-2 หมื่นบาท ก็ยังคุ้มกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร คนเหล่านี้ ทำธุรกิจซื้อมาขายไป ย่อมมีทั้งคนดีคนเลวปะปนกัน ส่วนใหญ่ซื้อรถเข้ามาก็ไม่ได้โอนเป็นชื่อตัวเองให้เสียประวัติรถ และเสียเงินค่าธรรมเนียม มักจะโอนลอยไว้ น่าแปลกที่ผู้ซื้อหลายคนตั้งแต่การติดต่อครั้งแรก ก็พยายามจับผิดว่าเป็นเจ้าของจริงหรือเป็นผู้ค้ารถกันแน่ ถ้าเดาว่าไม่ใช่เจ้าของเดิมจริง ก็อาจไม่ไปดูรถเลยก็เป็นได้ ก็สงสัยเหมือนกันว่า คนซื้อรถมาขาย ทั้งซื้อทีละคันหรือเปิดเต็นท์ จะต้องเป็นอาชีพมิจฉาชีพหลอกลวงคนทุกคนหรือ ต้องซื้อรถเน่า ๆ มาย้อมแมวขายทุกคันเลยหรืออย่างไร หรือถ้าเป็นรถบ้านแล้วจะต้องมีสภาพดีทุกคัน สงสัยจะไม่เคยเจอรถบ้านเน่า ๆ หรือเข้าของเขี้ยวงอก ตั้งราคาแพงลิ่วเพราะอิงราคาตั้งจากหน้าเต็นท์
เลิกเชื่อมั่นในคำว่า “รถบ้าน” เพราะการซื้อรถมือสอง คือ ความพึงพอใจสนสภาพกับราคา ส่วนจะขายโดยใคร ใครใช้มาก่อน ไม่น่าใช่ประเด็นหลัก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น